Frozen BAIKAL ตะลุยทะเลสาบน้ำแข็งไบคาลแห่งไซบีเรีย

bkmb005
Frozen Lake Baikal

 

“ไปเที่ยวทะเลสาบไบคาล…”

ได้ยินอย่างนี้คนส่วนใหญ่จะขมวดคิ้ว… มันอยู่ส่วนไหนของโลกกันนะ มันเหมือนกับบอลข่านหรือเปล่า… แล้วถ้าตอบว่า

“อยู่ตอนใต้ของไซบีเรีย”

คราวนี้ยิ่งมีคำถาม ไซบีเรียคือที่ไหนอ่ะ

เอางี้ ไซบีเรียเป็นดินแดนส่วนใหญ่ของรัสเซียฝั่งตะวันออก กินพื้นที่ยาวมาจรดขอบมองโกเลียเลยค่ะ พูดง่ายๆ คืออยู่เหนือมองโกเลียขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่ตะวันออกเกือบทั้งหมดของรัสเซีย

russia_map_siberia
เราเริ่มต้นที่ Irkutsk นะคะ เพราะใกล้ทะเลสาบไบคาลที่สุด

(รูปแผนที่นี่นำมาจาก Google นะคะ / Map cr. Google)

ทะเลสาบไบคาล อยู่ตอนใต้ของไซบีเรีย ก็อยู่ขอบชายแดนตอนเหนือของมองโกเลียนั่นเองค่ะ เป็นพื้นที่อากาศหนาวจัดรุนแรง หน้าหนาวของเค้าอุณหภูมิจะอยู่ที่ -15 ถึง -27 องศาเซลเซียสเลย ตัวพื้นที่ไซบีเรียคนอยู่น้อยมาก ถ้าเทียบกับฝั่งตะวันตกที่เป็นเมืองใหญ่ๆ ของรัสเซีย เพราะอากาศหนาวโหดทารุณ แต่ทรัพยากรธรรมชาติเค้าอุดมสมบูรณ์มากๆ

baikal_map
รูปแผนที่นี่นำมาจาก Google นะคะ / Map cr. Google

ส่วนเจ้าทะเลสาบไบคาลเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่กว้างใหญ่และลึกที่สุดอันดับหนึ่งของโลก ลึกเกือบ 2 กิโลเมตรเลยก็ว่าได้ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

ไฮไลต์ของทะเลสาบนี้คือช่วงฤดูหนาว น้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด!

bkfj008
ทะเลสาบน้ำแข็ง

ย้ำว่าทั้งหมด และรถจะวิ่งได้ ทำให้เราขับรถไปเที่ยวชมผืนน้ำกลางทะเลสาบได้

ใช่… มันแข็งแรงขนาดนั้นเลยค่ะ!

และไปชมเกาะแก่งที่ยามปกติก็ลอยอยู่กลางน้ำทั่วไป ต้องนั่งเรือไปถึงจะไปได้ แต่ในหน้าหนาวแบบนี้ เราขับรถลุยแผ่นน้ำแข็งไปได้เลย

นี่คือไฮไลต์ ต้องมาเฉพาะช่วงนี้ของปีเท่านั้น เดือนที่แนะนำคือกุมภา-กลางมีนาคม ก่อนหน้านั้นก็จะหนาวเกินไป คืออาจแตะ -30 องศาได้ มาช่วงกุมภา มีนากำลัง -15 ถึง -23 องศาก็พอไหวอยู่ แต่เลยมีนาไปก็เริ่มไม่เซฟละ น้ำแข็งจะเริ่มละลายแล้วค่ะ

เรียกได้ว่าเรากำลังมาสัมผัสดินแดนน้ำแข็ง Frozen ทุกทีมีแต่น้ำแข็ง น้ำแข็ง และน้ำแข็ง มีหิมะปกคลุมบ้าง มีแต่ความหนาวยะเยือก

แต่นี่ก็คือเสน่ห์ของไบคาล แห่งไซบีเรีย ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราควรได้มาเยือนสักครั้ง…

bkmb025
Here we are, frozen Baikal!

เรามากับทัวร์ที่จัดกันเอง มีหัวหน้าทัวร์ผู้เชี่ยวชาญรัสเซียและโดยเฉพาะแถบทะเลสาบไบคาลและคุ้นเคยกันดีกับชาวแก๊งของเราเป็นผู้จัด และประสานงานกับไกด์ท้องถิ่นที่นู่น จองที่พัก คนขับอะไรไว้หมด ก็จะเป็นทัวร์แบบกันเอง อบอุ่น แต่ก็เก็บครบถ้วนไม่แพ้ทัวร์ทางการของบริษัทเลยค่ะ ที่สำคัญราคากันเองด้วย

ทัวร์หลักหมื่น วิวหลักล้านก็คุ้มค่ะ

แนะนำให้มากับทัวร์หรือมีคนคุ้นเคยนำทางพาเที่ยวมากกว่ามาเอง เพราะ
1. คนรัสเซียพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย หรือได้น้อยมาก น้อยแบบทำให้เราลำบากได้เลย
2. ภูมิประเทศเป็นน้ำแข็ง หิมะ เดินทางยาก และ ยาวนาน ต้องอาศัยคนท้องถิ่นและรถสมรรถภาพดี
การมีคนประสานงานกับคนรัสเซียให้จึงสำคัญและจำเป็นมาก

ทริปนี้จะแบ่งเป็น 3 parts หลักๆ ได้แก่

Irkutsk – Ol’Khon Island – Listvyanka

โดยน้ำหนักของทะเลสาบไบคาลจะอยู่ที่เกาะ Ol’khon เป็นหลัก และเราจะนอนที่เกาะ 3 คืน

Day 1:

เริ่มทริปต้องไปลงที่ไหน?
เพลินนั่งสายการบิน S7 หรือ Siberian Airlines ไปลงเมือง Irkutsk  (เอียร์คุตส์) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง เวลาที่เอียร์คุตส์เร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง

ออกจากสุวรรณภูมิ  16.50 น. ไปถึงสนามบินเอียร์คุตส์เที่ยงคืนกว่าตามเวลาท้องถิ่น หัวหน้าทัวร์ที่รอเราอยู่ที่นั่นแล้วบรีฟก่อนมาแล้วว่าให้พกเสื้อกันหนาวตัวหนาเอาไว้ขึ้นเครื่องด้วยเพราะตอนลงจากเครื่องจะต้องนั่งบัสเข้าไปในอาคารสนามบิน… ซึ่งเป็นจังหวะที่จะหนาวสุดๆ ไปเลย…​ก็ -13 ถึง -15 อ่ะนะ ในเขตตัวเมือง (ยังไม่นับว่าตอนออกไปเกาะนะคะ จะหนาวกว่านี้)

เราผ่านการตรวจตม. เค้าไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็เจอพี่ตี้ หัวหน้าทัวร์เรารออยู่พร้อมไกด์ท้องถิ่นชื่อ Ilja (อ่านว่า อิเลีย)

อิเลียเป็นคนผิวขาว หน้ากลม ผมทองผมน้ำตาล เป็นรัสเซียที่พูดอังกฤษชัดแจ๋วและพูดคล่อง ยิ้มแย้มอัธยาศัยดี ดูกระตือรือร้นพร้อมอธิบาย ทริปนี้ราบรื่น สนุกสนานส่วนสำคัญหนึ่งมาจากหนุ่มอิเลียนี่ล่ะ

ตอนขึ้นรถนี่หนาวมาก ถึงจะมีเสื้อกันหนาวโคลัมเบีย แต่ท่อนล่างเราบางไงคะ สู้ท่อนบนไม่ได้ ก็เลยยังทำให้หนาวอยู่ (แต่ตัวอุ่นมาก) ไม่เป็นไร วันนี้เตรียมมาแก้ขัดตอนลงเครื่องเฉยๆ เดี๋ยวก็เข้าที่พักแล้ว

กรุ๊ปเรามีกัน 20 คนจึงแบ่งนั่งรถตู้ 2 คัน นั่งราว 20 นาทีจึงถึงที่พักชื่อ Hostel Good Cat มีห้องพักหลายแบบทั้งห้อง 4 คน 2 คน 3 คน มีห้องน้ำในตัว แต่มีครัวรวมเหมือนคอมมอนรูมไว้สำหรับทำอาหาร ทานข้าวกันง่ายๆ

bk037

หน้าโรงแรมมีตุ๊กตาหิมะด้วยนะ


เพลินได้อยู่ห้อง 4 คนค่ะ ห้องเบอร์ 10 พวงกุญแจรูปแมวดำ น่ารักเลย

bk034

ลักษณะของ Good Cat คือเป็นโฮสเทลมากกว่า ไม่ใช่โรงแรม Full Service เรามีหน้าที่หาอาหารทานกันเอง แต่ในครัวก็มีเตา มีไมโครเวฟ และมีจานชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ อ่างล้างจานให้ ตรงทางเดินระเบียงมีถังกดน้ำให้เราเติมน้ำดื่มอะไรได้ตามอัธยาศัย นับว่าสะดวกดีเลย

คืนนั้นกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสี่ และต้องตื่นแปดโมงเช้าเพื่อไปเที่ยวเมืองเอียคุตส์

ก่อนนอนคืนนั้นก็ตื่นเต้นมากๆ ว่าจะเที่ยวอากาศหนาวจัดๆ ระดับติดลบเลขสองตัวจะเป็นยังไง

Day2: Irkutsk City Tour

เนื่องจากซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ไม่ไกลจากที่พักมาก เลี้ยวขวา ถึงสี่แยก เลี้ยวขวาอีกที เดินสักบล็อกนึงก็ถึง เราเลยสามารถตุนเสบียงมาทำอาหารเช้ากันได้ แต่อันที่จริงก็พกอาหารแห้ง มาม่า หมูหยอง ปลาแห้งอะไรกันมาจากไทยเพียบอยู่แล้วก็ทานข้าวต้มตอนเช้ากันสบายใจ

ตอนเช้าบรรยากาศหน้าโรงแรมก็จะเห็นกองหิมะเกลื่อนแบบนี้ ก็ต้องลุยหิมะไปซื้อของที่ซูเปอร์กันค่ะ

bk038

10.00 ก็ได้เวลาเที่ยวตัวเมืองเอียร์คุตส์ก่อน เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งของรัสเซีย อยู่ในเขตไซบีเรียตอนใต้อย่างที่เห็นในแผนที่ เรายังไม่ได้ไปทะเลสาบไบคาลตอนนี้ค่ะ แต่เอียร์คุตส์เป็นจุดเริ่มต้นที่ใกล้ไบคาลที่สุดเราเลยมาลงที่นี่ก่อน ไหนๆ มาแล้วก็ต้องมาชมเค้าว่าเค้าเป็นไงมาไงใช่ไหมคะ

เมื่อรถเคลื่อนจากโรงแรมเข้าตัวเมือง จุดแรกที่ให้สังเกตคือสะพานข้ามแม่น้ำอังการา (Angara) เป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดและสำคัญมากในเขตไซบีเรีย เช้านี้อากาศ -15 องศา ทุกแห่งมีแต่หิมะปกคลุม เมื่อรถข้ามสะพานเห็นแต่ไอหมอกมัวๆ จนแทบไม่เห็นแม่น้ำด้านล่าง

รถมาหยุดลงให้เราเดินเล่น เริ่มจาก Kirov Square  มีสถานที่สำคัญหลายแห่งในบริเวณนั้น ทั้งโบสถ์ และอาคารศาลาว่าการ มีทั้งสถาปัตยกรรมโบราณผสานกับสมัยใหม่ ตอนที่เราไปมีแต่หิมะปกคลุม แต่อากาศสดชื่นมาก และหากสังเกตดีๆ จะเห็นตุ๊กตาหิมะกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ รวมถึงรูปสลักน้ำแข็งด้วย

อากาศเย็นเราแพคตัวอุ่นก็จริง แต่พอถอดถุงมือมาถ่ายรูปนี่มีกรี๊ด มันหนาวมากค่ะ

แต่เราก็ต้องยอมอดทนเพื่อให้ได้รูปสวยอย่างที่มันสวย

อิเลียกับพี่ตี้เดินนำแก๊งลูกเป็ดเดินทั่วเมืองและชมสถานที่สำคัญ

bk061

เราเลยได้ไปเจอทหารรัสเซียกำลังฝึกเวรยามเข้าแถวกันอยู่ แก๊งที่เราเจอเป็นทหารหญิง ผิวขาวแก้มแดง ท่าทางยังเด็กๆ อยู่ ได้ความจากอิเลียว่าเป็นเด็กๆ ฝึกหัดอยู่ พวกเธอต้องเคร่งขรึม แม้ว่าเราจะแอบเห็นพวกเธอกลั้นยิ้มด้วยความเขินอาย และซ่อนแววตาอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่มิดก็เถอะ

เดินผ่านทหารยามสาวน้อยไปอีกนิดเราจะเห็น Eternal Flame หรือเปลวไฟที่เค้ารักษาไว้ไม่ให้ดับ จะต้องมีคนคอยเป็นเวรยามดูไฟนี้ไว้ แต่เท่าที่คุยกันลมแรงขนาดนี้ มันก็ต้องมีดับกันบ้างล่ะ แล้วหากเข้าใจไม่ผิดจากที่ไกด์พูด ทหารยามมีหน้าที่เฝ้าระวังไฟชุดนี้…​แต่ไม่รู้ใช่ทหารสาวน้อยกลุ่มนั้นหรือเปล่า

มองดีๆ นะคะ ตรงกลางนั้นคือเปลวไฟที่ว่าค่ะ

bk049_1
เปลวไฟที่ต้องรักษาไม่ให้ดับ

รอบๆ มีป้ายหลุมศพทหารและวีรบุรุษของชาติ

bk047

bk4

พวกเราเดินเลียบรั้วกั้นจากทุ่งหิมะด้านล่าง ถ่ายรูปเก็บวิวหิมะขาวโพลน และวิวแม่น้ำอังการาใต้สายหมอกไปตลอดทางเพื่อไปถึง Moscow Gate หรือประตูมอสโคว์ อารมณ์เหมือนเป็นประตูชัยของปารีสอ่ะค่ะ แต่เล็กกว่า และด้วยความเป็นเมืองเล็ก เงียบๆ หน่อย ประตูเค้าก็จะให้ความรู้สึกสง่างามแบบเรียบง่ายด้วยซุ้มประตูสีเหลืองอ่อนตัดขาว

bk050
Moscow Gate

ตรงนั้นมีรูปปั้นสวยๆ อีกสองแห่งที่ไม่รู้ประวัติ (ไกด์ไม่ได้เล่า หรือเล่าแต่เราหนาวจนไม่ได้ยิน) เพลินว่ามันสวยดี และมี expression ของสีหน้าท่าทาง อารมณ์รูปปั้นที่ชัดเจนเลยถ่ายมาหลายรูปหน่อย

bk017bk018

DSCF1629

DSCF1633

ถึงตอนนี้แต่ละคนหนาวมากแล้ว ก็พอดีกับที่ต้องไปชมอนุสาวรีย์กับทุ่งหิมะอีกที่ คนขับรถเอารถมารอรับที่ประตูนี้พอดีจึงขึ้นไปหาไออุ่นในรถกัน

แต่นั่งไม่ทันไรก็ถึงอนุสาวรีย์ของอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้เป็นบุคคลสำคัญแห่งเอียร์คุตส์และรัสเซีย พี่กิ่ง พี่สาวใจดีในแก๊งเล่าเสริมว่า อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ปลดปล่อยคนจากการเป็นทาส คล้ายๆ กับยกเลิกระบบทาสโดยกลายๆ เป็นต้นแบบให้ ร.5 ของเราชาวไทยที่เสด็จเยือนรัสเซียช่วงนั้นได้แรงบันดาลใจเมื่อนิวัติกลับไทยจึงมีพระราชดำริในการเลิกทาส

bk016
Alexander III

ดูเหมือนแก๊งเราไม่ค่อยอินกับอนุสาวรีย์มากนัก พวกเราตื่นเต้นกับทุ่งหิมะด้านล่าง ต้องลงบันได้ไปอีกหลายชั้น ลื่นและหิมะสูงพอสมควร คนที่ทนหนาวได้จึงลงบันไดลุยหิมะให้ได้รูปสวย แต่ก็คุ้มค่าเพราะสวยอลังการ เห็นน้ำแข็งและหิมะขาวโพลนอยู่ด้านหลังเวิ้งว้างกว้างไกล

bk062

จากนี้เรานั่งรถต่อไปโบสถ์คาซาน (Kasan Church) เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่มีค่าทางจิตใจต่อคนเอียร์คุตส์มาก เนื่องจากโบสถ์นี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวเมืองท้องถิ่น ที่มีทั้งชาวบ้าน นักโทษกบฎการเมือง โจรกลับใจ (ที่ถูกเนรเทศมาเมืองเอียร์คุตส์) สร้างโบสถ์นี้ขึ้น ตัวโบสถ์สวยงามจากรูปแบบการก่อสร้างแบบไบแซนไทน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ภายในประดับด้วยหินอ่อนสีแดงและมีเสาหินหลักของโบถส์ที่ทำจากหยก การเพนท์ลายใต้หลังคาโบสถ์ต้องใช้ช่างชำนาญที่ส่งไปศึกษาจากอิตาลี

เพลินชอบไม้กางเขนน้ำแข็งของโบสถ์นี้ น่ารักดีค่ะ

bk066

มื้อเที่ยงเรากินกันช้าหน่อยประมาณบ่ายสอง ที่ร้านอาหารในย่าน 130 square อันเปรียบเหมือนสยามบ้านเรา เป็นแหล่งชอปปิ้งทันสมัย วัยรุ่นเดินเล่น และมีห้างอยู่บริเวณนั้นด้วย

bk060
130 SQUARE

ร้านอาหารที่เราไปกินเป็นร้านกึ่งบาร์ อาหารอร่อย
เพลินชอบหมดเลย ทั้งซุปมะเขือเทศใส่ครีมสด ขนมปังไส้ชีสก็เด็ดมาก แป้งบางกรอบและเค็มมันๆ ในตัว


ปิ้งย่างเค้า ซอสเด็ดมาก
แต่ที่สำคัญคือน้ำเชอรี่ มีผลเชอรี่ในนั้น หวานอมเปรี้ยวกำลังดี เติมกันจนหมดเหยือกค่ะ

จากนั้นก็ไปเดินเล่นในห้าง เดินจากร้านไปไม่ถึงร้อยเมตร ถึงตอนนี้ทุกคนหมดแรงแล้วด้วยความหนาว จึงนั่งแช่อยู่ในห้าง หาเครื่องดื่มทาน

และที่สำคัญ…ไปซื้อซิมรัสเซียกันมาใช้ จริงๆ ก็มีบางส่วนที่ให้พี่ตี้จองมาแต่แรกแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีก็มาซื้อเอาที่นี่ค่ะ จะได้เล่นเนตเร็วๆ

ตอนเย็นก็ซื้อเสียงทำกินในครัวที่พักค่ะ

DAY3 วันนี้เราเดินทางเกือบทั้งวัน มุ่งหน้าสู่ Ol’Khon Island หรือเกาะออลคอน เราจะค้างบนเกาะนี้ 3 คืน ทะเลสาบไบคาลที่พวกเราตั้งใจมาจะอยู่ที่เกาะนี้นี่ล่ะ

ก่อนอื่นเรามารู้จักเกาะออลคอนกันก่อนนะคะ  เค้าอยู่กลางทะเลสาบไบคาลเลยค่ะ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในไบคาล ใกล้แผ่นดินใหญ่มาก

baikalmap
Map photo cr. Google เครดิตรูปแผนที่จากกูเกิ้ลนะคะ

ระยะทางจากเอียร์คุตส์ไปเกาะออลคอนใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง เราก็แต่งตัวให้นั่งสบายๆ หน่อย ลดจำนวนชั้นเสื้อผ้าลงนิดนึงเพราะใช้เวลาในรถส่วนใหญ่ แต่เอาจริงๆ ระหว่างทางเข้าห้องน้ำตามปั๊ม ตามร้านอาหารก็หนาวเอาเรื่องอยู่นะคะ

มื้อเที่ยงแวะทานร้านกลางทาง จุดแวะของนักท่องเที่ยวก็ต้องเป็นที่นี่เพราะไม่มีร้านอื่นเป็นตัวเลือกมากนัก เรายังได้กินซุปมะเขือเทศ และสลัดผักหน้าตาเหมือนโควสลอว์กับแผ่นแป้งทอดหน้าตาเหมือนแป้งกะหรี่ปั๊บแผ่นใหญ่

นอกร้านมีน้องหมาหน้าตาเหงาเซื่องจดๆ จ้องๆ อยู่ พอฝูงแก๊งลูกเป็ดพวกเราตื่นเต้นจะเข้าไปใกล้ มันก็ถอยเท้าหนีอย่างกลัวๆ แต่ก็ไม่ไปไหน ยังแอบจ้องเราอยู่ ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

เพลินแอบสรุปในใจว่ามันคงเคยได้รับอาหารจากนักท่องเที่ยว เลยรอว่าจะมีใครใจดีแบ่งให้มันบ้าง

เราก็แอบเซลฟี่กับมันทีนึง

นั่งรถต่อกันมาพักใหญ่ๆ ก็ถึงจุดทางเชื่อมระหว่างแผ่นดินกับเกาะออลคอน ซึ่งเจ้าเกาะออลคอนนั้นอยู่กลางทะเลสาบไบคาลอันกว้างใหญ่ ปกติก็ต้องนั่งเรือไปเกาะไง ทีนี้พอน้ำในทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง ก็เป็นทางรถวิ่งผ่านได้เพราะน้ำแข็งมันแข็งแรงมา

เราจึงแวะถ่ายรูปกับทะเลสาบน้ำแข็งเป็นครั้งแรกตรงนั้นเอง…

ทะเลสาบไบคาล ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก พอแข็งตัวด้วยอากาศที่เย็นจัด จึงแข็งแรงมาก และเห็นเป็นสีเขียวเข้มดูลึกลับแปลกตา มีรอยแยกแตกเหมือนหินอ่อน เหยียบไปครั้งแรกก็ลื่นนิดๆ แต่ไม่เปียก! แปลกไหม… ไม่ได้หนาวน้ำแข็งเลย หนาวแต่อากาศนี่ล่ะ

bk070

นี่ยังไม่ถึงตัวทะเลสาบจริงๆ ยังรู้สึกตื่นเต้นในความอลังการขนาดนี้

เราแวะได้ไม่นานนักเพราะเค้าห้ามจอดนาน จากนั้นก็แวะอีกจุดเพื่อชมรูปปั้นสำคัญ… เป็นรูปปั้นของผู้ที่ “เชื่อกันว่า” เป็นผู้บุกเบิกดินแดนไบคาล

bk053
BAIKAL pioneer นักโทษจากคุกไซบีเรีย หนีรอดมาและบุกเบิกดินแดนไบคาล

ตำนานเล่าว่าเขาเป็นนักโทษจากคุกไซบีเรียที่ขึ้นชื่อว่าโหดร้าย ทั้งสภาพอากาศหนาวเหน็บและความเป็นอยู่ นักโทษผู้นี้หลบหนีจากคุกได้และเดินทางทุ่งหิมะและน้ำแข็งยะเยือกมาจนถึงดินแดนแห่งทะเลสาบไบคาล

ไม่มีประวัติบอกว่าเขาเป็นใคร ชื่ออะไร มาจากไหน

ทีนี้เพลินเห็นครอบครัวนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แก๊งลูกเป็ดของเรา ได้ยินไกด์ฝรั่งของเค้าเล่าว่า… อะไรๆ ก็ฟังดูเข้าท่าหมดนะตำนาน ยกเว้นว่าเราดูเท้าของรูปปั้นมันเป็นเท้าเปล่า… ไม่ค่อยเมคเซนส์เนอะว่าจะเดินเท้าเปล่าจากคุกไซบีเรียมาจนถึงไบคาลได้ไง ต้องตายก่อนแน่ๆ

เพลินก็เลยมองตาม…​เออ จริง

เราดื่มด่ำกับวิวบนเนินรูปปั้น เห็นเกาะแก่งที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะอยู่ด้านล่าง กับหมู่บ้านน้อยๆ ข้างล่างแล้วยิ่งตื่นเต้น

bk056

นั่งรถต่อไปอีกเกือบชั่วโมงสู่เมือง Khuzhir ที่พักของเราอยู่เมืองนี้ ซึ่งอยู่ค่อนไปทางกลางๆ ของเกาะเลย ทางก็เป็นดินขรุขระสลับน้ำแข็งทำให้ต้องระมัดระวังเวลาขับรถ เลยต้องใช้เวลานานหน่อย

olkhonmap

( Map photo cr. Google เครดิตรูปแผนที่จากกูเกิ้ลนะคะ)

ปรากฏว่ามาถึงเร็วกว่าที่คิด ยังพอมีเวลา พี่ตี้กับอิเลียจึงปรึกษากันแล้วตัดสินใจให้พวกเราไปชมไฮไลต์ที่เป็นแลนด์มาร์คของไบคาล (ที่เราต้องไปดูวันรุ่งขึ้น) ซะวันนี้เลย

นั่นก็คือ Baikal Spirit กับ Shaman Rock  บริเวณนี้เรียกรวมว่า Burkhan Cape หรือ แหลมเบอร์คาน เป็น 1 ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งเอเชีย

ชามาน รอค (Shaman Rock) เป็นหินผาที่ยื่นออกมากลางทะเล แต่จุดที่พวกเรามาถึงเป็นเวิ้งผาถัดไป อยู่ใกล้ๆ กัน ทำให้มองเห็นและถ่ายรูป Shaman  Rock ได้สวยกว่า ชัดเจนกว่า
แต่โดยรวมเราอยู่ในแหลมเบอร์คาน (Burkhan Cape) ค่ะ

bkfj003
Shaman Rock

bkfj001

bk027

ตอนเราเดินขึ้นผา ต้องผ่าน Baikal Spirit เป็นแท่งไม้ปลายแหลมยาวๆ เรียงรายกัน 5-6 แท่งเป็นจิตวิญญาณของไบคาลนั่นเอง ลมหนาวยะเยือกบาดผิวกันเป็นแถวๆ ยิ่งต้องเอามือออกจากถุงมือหนาอุ่นของพวกเราแล้วถือเป็นโมเมนต์ทรมานใจมากๆ แต่ก็เพื่อให้ได้ภาพเวิ้งน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา และชามานรอคที่ตั้งตระหง่านยื่นออกไปกลางทะเลน้ำแข็ง

bk028
Baikal Spirit

อิเลียกับพี่ตี้เล่าว่า (แล้วเพลินเอามาสรุปอีกที) ตรงเวิ้งอ่าวนี่เป็นท่าเรือที่ชาวไบคาลจะล่องเรือออกไปทำมาหากิน จึงมีไบคาล สปิริต หรือแท่งไม้ปลายแหลมที่เพลินเล่าเมื่อกี้ เปรียบเสมือนสิ่งศักดิ์ศิทธิ์ที่คอยพิทักษ์คุ้มครองชาวไบคาลที่ออกเรือไปให้ปลอดภัย

แต่จากที่ไปอ่านเพิ่มเติม Spirit of Baikal  หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของไบคาลมีชื่อเรียกว่า Burkhan  (เบอร์คาน) อันเป็นชื่อของแหลมเบอร์คานแห่งนี้นั่นเอง

Legend of Lake BAIKAL ตำนานความเชื่อของทะเลสาบไบคาล

ว่ากันว่าในอดีตกาล เทพเจ้าแห่งไบคาลมีลูก 5 คนคือแม่น้ำทั้งห้า โดยคนสุดท้องคือ Angara เป็นสาวงาม ตาสีฟ้า ผมสีทอง ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความงาม เทพไบคาลรักและหวงอังการามาก แต่วันหนึ่งอังการาก็ฉวยโอกาสตอนพ่อหลับ หนีจากไบคาล ไปหา Yenissei แม่น้ำนอกไบคาล เท่ากับอังการาหอบน้ำจากไบคาลเพื่อไปรวมกับ Yenissei

อังการาจึงเป็นแม่น้ำสายเดียวทีไม่ได้ไหลลงทะเลสาบไบคาล แต่ไหลออกนอกไบคาลสู่แผ่นดิน (ผ่านเอียร์คุตส์ด้วยถ้ายังจำได้)

เทพเจ้าไบคาลเมื่อตื่นก็โมโหโกรธา จนเกิดคลื่นลมปั่นป่วน พายุกระหน่ำ จนโกลาหลกันไปหมด อีกทั้งปาหินตามไล่หลังอังการาไปอีกด้วย หินที่ว่าก็ตกอยู่กลางลำคออังการาพอดี (แต่นางไม่ตายนะจ๊ะ) หินขาดเป็นสองท่อน และหินที่ว่าก็คือ Shaman Rock นั่นเอง

อังการาร้องไห้อ้อนวอนพ่อ แต่พ่อก็บอกว่า “I can give you only my tears!” หลังจากนั้นอีกหลายพันปี อังการาจึงแบกน้ำตาของตน (และของพ่อรึเปล่าไม่รู้ ไม่แน่ใจ) ไปรวมกับ Yenissei เรื่อยมา

ที่นี่จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ

จากนั้นเราจึงเข้าที่พัก ชื่อโรงแรม  Lada  (Lada Resort) เป็นกึ่งๆ รีสอร์ต ลักษณะเป็นเรือนไม้แนวยาว 2 ชั้นตั้งขนานกัน ไม้ก็จะออกแนว log เหมือนกระท่อมเคบิน

เราเรียกสองตึกง่ายๆ ว่าตึกหลัก กับตึกสอง

ตึกหลักด้านล่างเป็นห้องอาหาร ทานมื้อเช้ามือเย็นก็ทานที่นี่ ชั้นสองเป็นห้องพักคู่อีกสองสามห้องเป็นสัดส่วน

ส่วนตึกสอง ด้านล่างมีห้องพักคู่สองห้องแยกส่วนตัว ด้านบนเป็นห้องรวมเหมือนแฟลตรวมนักศึกษา คือเปิดประตูมามีห้องนั่งเล่นใหญ่ตรงกลาง แล้วมีห้องนอนคู่แยกเป็นห้องๆ อีก 6 ห้อง มีห้องส้วม 2 ห้อง และห้องอาบน้ำรวม ในห้องอาบน้ำก็แยกเป็นที่อาบน้ำสัดส่วนหนึ่งห้อง และอ่างล้างหน้าอีก 3 อ่าง เรียกได้ว่าสะดวกสบายแม้นอนรวม

เพลินได้อยู่ตึกสองนี้แหละค่ะ

ดินเนอร์ทานที่รีสอร์ตนี้แหละค่ะ อร่อยใช้ได้เลยทั้งของคาว ของหวาน ของหวานก็หวานกำลังดีไม่เลี่ยนเกิน


มื้อเย็นหลังทานอาหาร ก็มาตั้งวงเล่นเกมส์เล่นไพ่ไรกันกลางห้อง แล้วผลัดกันไปอาบน้ำ

เสียงสังสรรค์ดังลั่นจนเจ้าของโรงแรมโผล่หน้ามาดูหลายครั้ง

Day 4 เที่ยวทางเหนือของเกาะ Ol’Khon:  Frozen Lake Baikal, Ice grotto, Colboy Cape (ทะเลสาบน้ำแข็ง, ทุ่งหิมะ, ถ้ำน้ำแข็ง, แหลมโคลบอย)

จะบอกว่าการเที่ยวบนเกาะและลุยทะเลสาบน้ำแข็งต้องใช้รถที่ถึกจริงๆ เพราะทางโหดมาก พวกเราจึงต้องเปลี่ยนรถอีกครั้งเป็นรถตู้แบบรัสเซียแท้ สมรรถนะสูง รถนี้จะเล็กกว่ารถตู้เดิมเรา เลยต้องใช้ 3 คันแทน

เราเที่ยวในเกาะ 2 วันเต็มๆ วันแรกจะอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ

ได้สัมผัสทะเลสาบไบคาลที่กลายเป็นผืนน้ำแข็งกว้างใหญ่ไพศาลแบบเต็มๆ

และท่ามกลางอากาศ -20 องศา!

bk070

ตอนเหนือของเกาะ น้ำในทะเลสาบจะลึกกว่า เข้มกว่าตอนใต้ มีรอยแตกที่กลืนเป็นเนื้อเดียวกับน้ำแข็งบ้าง และรอยแยกกะเทาะออกมาอุดด้วยหิมะ อิเลียเล่าว่าเป็นเพราะคลื่นใต้ทะเลสาบลึกลงไปที่ไม่ได้เป็นน้ำแข็งกระเพื่อมคลื่นขึ้นมา บริเวณผิวน้ำส่วนไหนที่เปราะกว่าส่วนอื่นก็จะถูกดันนูนขึ้นมา

แต่ทะเลสาบน้ำแข็งนี่แข็งแรงมากไม่ต้องกลัวยวบสูบลงไปใต้น้ำนะคะ ถึงส่วนที่แข็งจะประมาณ 1-2 เมตร ก็ตามแต่เค้าบอกว่ารับน้ำหนักได้เป็น 10 ตัน เพราะเป็นมวลน้ำแข็งทั้งทะเลสาบนี่นา

เราใช้เวลาอยู่แต่ละที่ราว 15-30 นาที ก็ขึ้นรถเปลี่ยนไปชมทะเลสาบน้ำแข็ง และถ้ำน้ำแข็งอีกหลายที่ รวมทั้งถ้ำน้ำแข็งงอกน้ำแข็งย้อย

อ้าว ก็ทุกทีถ้ำทั่วไปเค้าเป็นหินงอกหินย้อย

แต่ถ้ำน้ำแข็ง ก็เป็นน้ำแข็งงอก น้ำแข็งย้อย

bk071

bkmb009

bkmb008

bkmb012

bk025

รวมถึงแหล่งก้อนน้ำแข็งเรียงราย… สมเป็น Blue Eyes of Siberia

bk072

bkmb007

bkmb18

Food for Thought about Lake BAIKAL เรื่องน่ารู้ของทะเลสาบไบคาล

  • เป็นแหล่งน้ำจืดที่ดื่มได้ตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในห้าของน้ำที่ดื่มได้ในโลกนี้มาจากทะเลสาบไบคาล

  • พื้นที่ขนาดใหญ่เทียบเท่าประเทศย่อมๆ อย่างเบลเยี่ยมหรือเนเธอร์แลนด์

  • มีขนาดเทียบเท่าทะเลสาบใหญ่ๆ 5 แห่งรวมกัน

  • เป็นทะเลสาบที่ใสและลึกที่สุดในโลก (ลึก 1,637 เมตร หรือราว 1.6 กิโลเมตร)

  • เก่าแก่ที่สุดในโลก อายุราว 20-30 ล้านปี

  • หากโลกนี้ไม่มีน้ำใช้แล้ว (เหลือแต่น้ำในไบคาล) น้ำในทะเลสาบไบคาลสามารถเลี้ยงคนในโลกได้ 2 ล้านปี (อันนี้ไกด์เล่ามา)แต่อิเลียเล่าอีกแบบว่ามีการคำนวณว่า หากใช้น้ำในทะเลสาบไบคาลเลี้ยงคนทั้งโลก โดยให้โควต้าคนละ 1 ลิตร จะเลี้ยงคนทั้งโลกได้เกือบ 20 ล้านปี(ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยปนทึ่ง ทึ่งในความยิ่งใหญ่ของไบคาล ส่วนสงสัยคือสงสัยว่าตัวเองฟังมาถูกป่ะเนี่ย)

bkmb006

ส่วนมื้อกลางวันคือเวลาสุดระทึก เราต้องกินกันกลางป่าน้ำแข็ง คนขับรถพามาจอดที่ตั้งแคมป์บนเนินเขา มองไปด้านล่างเห็นแหลมโคลบอย  (Cape Kholboy) อันเลื่องลือ แต่พื้นที่ตรงนั้นเปราะ จึงไม่ได้แวะอย่างที่จัดโปรแกรมไว้

bkfj009

ที่บอกว่าสุดระทึกก็คือ ไม่มีห้องน้ำ… ต้องหามุมแยกใครแยกมัน ทิชชู่เปียกสำคัญมาก แต่จะว่าไม่มีห้องน้ำก็ไม่เชิงหรอก มีกระต๊อบสามเหลี่ยมเล็กๆ หน้าตาเหมือนเพิงสามเหลี่ยมที่มีประตู… นั่นคือห้องน้ำ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้

แต่ไม่ใช่ห้องน้ำธรรมดา… เปิดประตูจะเห็นรูส้วมที่พื้น สองข้างและด้านหลังเป็นกองขยะพวกทิชขู่ ผ้าอนามัย สยองมากค่ะ เวลาเข้าก็ต้องหลับหูหลับตา

ไม่สิ…​หลับไม่ได้ ถ้าหลับจะลื่น เพราะพื้นที่เหยียบเป็นน้ำแข็ง สีตุ่นๆ ไม่อยากจะคิดว่าเป็นน้ำจากอะไร

พอนาทีระทึกผ่านไปก็ได้เวลาทานอาหารกลางสายลมหนาว

คนขับรถพวกเราแปลงร่างเป็นพ่อครัว ทำข้าวต้มปลากันตรงนั้น จุดฟืนตั้งไฟ ใส่ข้าวใส่เนื้อสัตว์ขณะที่พวกเราแก๊งลูกเป็ดถ่ายรูปสวยๆ กันอยู่

bkfj011

bkfj010

bkfj012

ลมหนาวยะเยือกมาเจอข้าวต้มร้อนๆ ก็ช่วยได้เยอะ จะว่าไปเค้าก็ทำอร่อยดี

ปลาที่กินเป็นปลาโอมุล (Omul) ของที่นี่ด้วยนะ

bkmb001
Omul Fish rice soup

จากนั้นก็ลุยทุ่งหิมะ ทุ่งน้ำแข็งอีกหลายแห่ง มีทั้งที่เป็นกองหิมะร่วนๆ หย่อมๆ กระจัดกระจายจนพวกเราแซวว่ามันเหมือนนาเกลือชอบกล

เหมือนกองทรายในทะเลทราย แต่เป็นหิมะในกองน้ำแข็งแทน

bkfj017
Ice Dune

นั่งเล่นเก้าอี้น้ำแข็ง (ธรรมชาติ)

bkfj015
เก้าอี้น้ำแข็ง Ice Chair

ชมความงามตามธรรมชาติ ทุกอย่างล้วนสวยงามในตัวมัน

ตกเย็นเรากลับเข้ารีสอร์ต เดินเล่นถ่ายรูปหน้าโรงแรม ในเขตโรงแรมจะเป็นย่านที่อยู่อาศัย จะไม่ใช่ทุ่งน้ำแข็งหนทางกันดารแบบที่เราออกไปเที่ยวกลางวัน

เราจะเห็นบ้านไม้แบบท้องถิ่นกระจายห่างๆ กันแถวนั้น ไม่กระจุกตัวมาก หิมะขาวโพลนห่อหุ้มทุกครัวเรือน ต้นไม้ใบหญ้าไว้หมด มีสุนัขหน้าตาแบบหมาป่าวิ่งมาด้อมๆ มองๆ ขามันกะเผลกๆ จ้องมองพวกเราอย่างงงๆ แล้วก็เดินไปฉี่ตามโคนต้นไม้ต่างๆ

เนื่องจากมีต้นไม้เรียงรายกันหลายต้น แก๊งลูกเป็ดเลยตั้งวงถ่ายรูปกันตรงนั้น มันสงบเงียบ ไร้คนพลุกพล่าน เป็นบริเวณของเราเต็มที่… ภาพที่ออกมาก็ไม่ค่อยเหมือนเกาะน้ำแข็งออลคอน แต่เหมือนเกาะนามิของเกาหลีมากกว่า ฮ่าๆ

siberiafashionweek2
In front of Lada Resort, Ol’khon Island

Day  5 ตอนใต้ของเกาะ Ol’Khonชมบับเบิ้ลใต้น้ำแข็ง และข้ามไปเกาะ Ogoy เพื่อไหว้สถูป

วันนี้เราจะลงไปตอนใต้ของเกาะ ซึ่งน้ำในทะเลสาบตอนใต้เกาะนี้จะเรียกว่า “ทะเลใน” น้ำจะใสกว่า และไม่ลึกเท่าตอนเหนือ (ยังไงมันก็ลึกอยู่ดีค่ะสำหรับพวกเรา) และลมแรงมากอากาศเย็น เพลินพกผ้าพันคอกับหมวกมา 2 ชุดเลยค่ะวันนี้ 

bkmb015

แต่ไฮไลต์ของน้ำแข็งตอนใต้คือจะมีฟองอากาศหรือ Bubble นั่นเอง ซึ่งจะไม่เห็นในทะเลสาบตอนเหนือ

สวยมากจริงๆ ค่ะ

bkfj023
Bubble on the ice

เจ้าบับเบิ้ลคือฟองอากาศใต้น้ำแข็ง ที่เกิดจากการถูกฟรีซฉับพลัน บวกด้วยก๊าซออกซิเจนปริมาณมาก บับเบิ้ลบางที่ จะผสานก๊าซมีเทนที่โรงงานบางแห่งปล่อยออกมาด้วย ก็จะได้ลักษณะฟองแตกต่างกัน… บางบริเวณส่องดูจะเห็นสาหร่ายทะเล หรือพวกแพลงตอนด้วยนะ

bkfj024

bkmb014

bkmb028

มื้อกลางวันนั้นเรากินข้าวต้มฝีมือคนขับรถอีกเช่นเคย คราวนี้มีเนื้อหมูด้วย กินกลางอากาศติดลบยี่สิบ ริมทะเลสาบน้ำแข็งมันก็จะอร่อยได้ฟีลอีกหลายเท่า ใส่ขนมปังเข้าไปในซุปร้อนๆ ก็ฟินมาก

เพลินเติมสองถ้วยด้วยเอ้า…​ก็มันย่อยเร็วนี่นาข้าวต้ม

หลังจากนั้นช่วงบ่ายเราก็มุ่งหน้าข้ามไปยังเกาะน้อยๆ ชื่อว่า Ogoy Island จริงๆ เจ้าเกาะนี้เค้าห้ามรถวิ่งไปค่ะ เหมือนมันจะมีโซนที่ได้รับอนุญาตหรือสำรวจแล้วให้ผ่านไปได้ กับบริเวณที่ไม่อนุญาต ตอนแรกเราเกือบไม่ได้ไปแล้วเพราะมีเฮลิคอปเตอร์บินว่อนเลย…​ นั่นคือตำรวจคอยตรวจว่ามีใครแอบขับไปบริเวณต้องห้ามหรือไม่ ถ้าจับได้คนขับโดนเลยนะคะ

bk026

เราเกือบจะเปลี่ยนโปรแกรมแล้ว แต่พอดีพวกคนขับข้างหน้าได้รับสัญญาณบอกกันต่อว่าปลอดภัยแล้ว ก็เลยมุ่งหน้าสู่เกาะ Ogoy กันต่อ

นึกสภาพก่อนว่าเกาะออลคอน (Ol’Khon Island) ที่เรามาพัก มาเที่ยวตอนเหนือตอนใต้กันเนี่ยเป็นเกาะใหญ่ที่สุดและอยู่กึ่งกลางทะเลสาบไบคาล ทีนี้ระหว่างแผ่นดินกับเกาะออลคอน ก็จะมีเกาะแก่งเล็กน้อยกระจายอยู่ แต่ละเกาะก็มีเนินเขา เนินผาอะไรของตัวเอง เจ้าเกาะ Ogoy (โอกอย) นี่ก็เป็นเกาะเล็กๆ เกาะนึงในเวิ้งทะเลสาบนี่ และอยู่ระหว่างแผ่นดินกับเกาะออลคอน

baikalmap
Map photo cr. Google เครดิตรูปแผนที่จากกูเกิ้ลนะคะ
olkhon_island_map_by_wecan_doit-d7cuy2c
เกาะ Ogoy เป็นเกาะเล็กๆ ระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะ Ol’Khon สังเกตทางทิศใต้ของเกาะออลคอนในแผนที่นะคะ จะเห็นเกาะโอกอย

( Map photo cr. Google เครดิตรูปแผนที่จากกูเกิ้ล) 

Ogoy นี้ไม่ใช่เกาะธรรมดา แต่เป็นเกาะที่มีสถูปศักดิสิทธิ์ประดิษฐานอยู่…

ไม่ต้องงงจ้ะว่า… สถูปแบบพุทธทำไมมาโผล่ที่เกาะน้ำแข็งประเทศรัสเซียล่ะ

อย่าลืมว่าไซบีเรียอันกว้างใหญ่นี้กินพื้นที่มาถึงตอนใต้ของรัสเซีย ตอนเหนือของมองโกเลีย ยิ่งทะเลสาบไบคาลนี่อยู่ตะเข็บชายแดนรอยต่อกับมองโกเลียเลย ก็จะรับความเชื่อศาสนาพุทธแบบมหายาน ผสานกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าพื้นเมืองมาด้วย

ชนพื้นเมืองดั้งเดิมของไบคาลคือชาว Buryats มีเชื้อสายมองโกเลีย ดังนั้นเราจะเห็นคนหน้าตาตี๋ๆ มองโกล เอเชียๆ ที่นี่ประปราย บ้างเป็นลูกผสมกับทางรัสเซียก็จะได้หน้าตาฝรั่งตี๋หล่อดี รูปร่างสูงใหญ่

เราต้องปีนขึ้นเขาไปจนถึงสถูปศักดิ์สิทธิ์ ต้องขึ้นเขานี่คือขึ้นจริงๆ นะคะ
หอบแฮ่กๆ กันกลางอากาศหนาว

bkmb002
Stupa สถูปศักดิ์สิทธิ์แห่งไบคาล และ ไซบีเรีย

bkfj026

ระหว่างทางจะเห็นกองหินเรียงกันอย่างมีนัยยะ จริงๆ มีหินเรียงกันแบบนี้ทั่วไปในเกาะออลคอน และโอกอยค่ะ เป็นความเชื่อทางศาสนา

bkfj020

จริงๆ สถูปนี้มีกระจายทั่วไปในไซบีเรียและแถบไบคาล แต่สถูปแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 สถูปศักดิ์สิทธิ์แห่งไบคาล เพลินถามอิเลียมา เขาอธิบายว่าสถูปนี่เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองไบคาล และเทพของสถูปนี้เป็นผู้หญิง ชื่ออะไรก็จำไม่ได้แล้ว

bkfj019
สถูปศักดิ์สิทธิ์แห่งไบคาล และไซบีเรีย

เราเลยเห็นธงมนตราที่จะผูกต้นไม้ กิ่งไม้ ใกล้ๆ สถูป (หรือแม้แต่ทั่วไปในเขตไบคาล) ซึ่งถ้าหากใครเคยไปเนปาล ภูฏาน ทิเบต จะเห็นธงมนตราแบบนี้อยู่ทั่วไป เขาเชื่อว่ามนต์ที่จารึกลงบนธงผูกไว้ ลมจะหอบมนตราศักดิ์สิทธิ์กระจายปกคลุมคุ้มครองทุกคน

bkfj018
ธงมนตร์

คนที่จะมาไหว้สักการะบางคนที่เคร่งก็จะเดินวนขวารอบสถูป 3 รอบพร้อมตั้งจิตสำรวมค่ะ เพลินก็วนสามรอบเหมือนกัน และไหว้สักการะหน้าสถูปอีกสองครั้ง

มองจากด้านบนนี้จะเห็นวิวที่มหัศจรรย์จนบรรยายแทบไม่ถูก เกาะน้อยใหญ่แถวนี้เต็มไปด้วยหุบเขาสูงชัน ปกคลุมด้วยต้นหญ้าอ่อนๆ ที่บัดนี้ถูกปุยหิมะและเกล็ดน้ำแข็งปกคลุม เมื่อมองจากตรงนี้ ทะเลสาบที่โอบล้อมเกาะเหล่านั้นเห็นคล้ายเป็นเป็นริ้วคลื่นแม้ถูกฟรีซแข็ง มีแต่ธารน้ำแข็งเวิ้งว้างกว้างไกล และเกาะแก่งหุบเนินสีขาวเย็นเยือก

bkfj021

bkfj027

เราลงเขากลับขึ้นรถ เพื่อจะไปอีกเขานึง เดินขึ้นไกลจนไม่คิดว่าจะขึ้นไปได้ (จริงๆ ก็ไม่ได้ไกลมาก แต่อากาศหนาวเราเลยท้อแท้นิด) ลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไปยืนบนปลายผาได้แป๊บเดียวก็ขอบาย กลับลงไปนั่งในรถ

แต่แค่ได้เห็นหน้าผาอลังการ ด้านล่างเป็นทุ่งน้ำแข็งสุดลูกตาก็ฟินแล้วล่ะ

bkmb017

bkmb020

Day 6  Back to Irkutsk เดินทางกลับเอียร์คุตส์

เป็นอีกวันที่นั่งรถกลับเอียร์คุตส์ เดินทางทั้งวัน แต่ก็มีแวะชมวิวถ่ายรูปตามทางบ้าง

รอบนี้เลยเจอน้องกวางหิมะตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทาง ดูสงบและสง่าอย่างบอกไม่ถูก

bk068

bk028

และยังเห็นธงมนตร์อยู่เช่นกัน

กลางวันก็แวะกินร้านอาหารเดิม คราวนี้สั่งอาหารเป็นชุดๆ แบ่งตามกรุ๊ปโต๊ะ เพื่อให้ได้อาหารที่ต้องการ มีเค้กกับซุปบีทรูทที่ต่างจากวันนั้น และมีเสี่ยวหลงเปาด้วยแน่ะ อร่อยดี

bkmb023

กลับถึงเอียร์คุตส์ตอนเย็น ชาวแก๊งลูกเป็ดก็ยกขบวนไปห้างกันต่อ เพลินเพลียๆ อยากนั่งจัดของ เรียบเรียงรูปเลยขออยู่โรงแรม

อ้อ เรากลับมาอยู่โรงแรมเดิมนะคะ โฮสเทลแมวเหมียวของเรา Hostel Good Cat นะเอง น้องพลอยใจดีซื้อสลัดไก่มาฝาก เพราะคนอื่นๆ ทานมื้อเย็นกันที่ห้างแล้ว

Day 7 : Day trip to Listvyanka ~ Mountain Peak, Baikal Museum, Listvyanka Market, Dog Sledding, Snow Mobile

วันนี้ออกนอกเมืองเอียร์คุตส์ไปเมือง Listvyanka (ลิสต์เวียงก้า) นั่งกระเช้าขึ้นเขาไปดูวิวเทพๆ เช่นเคย แต่คราวนี้จะมีหิมะมากกว่าน้ำแข็ง เรียกว่าเป็นภูเขาหิมะที่แท้ทรู และหิมะก็จะปุยละเอียดกว่าหิมะที่อื่นที่เพลินเคยเจอ เหยียบไปก็ยวบๆ

bk062

ถึงจะขึ้นกระเช้าแล้ว เราก็ต้องปีนเขาต่อเหมือนกันค่ะ แต่เป็นภูเขาหิมะร่วนๆ เลย ขาวโพลนไปทั่วทั้งเขา

bkfj031
Listvyanka
bkfj32
รถตักหิมะ

ในที่สุดก็ขึ้นไปถึงยอด เป็นจุดชมวิวที่สวยจับใจ เพราะเห็นวิวลิสเวียงก้าทั้งหมด เลยไปถึงทะเลสาบไบคาล

มีทั้งเวิ้งทะเลหิมะ และทะเลน้ำแข็งไกลสุดลูกหูลูกตา

bkfj33

บริเวณจุดชมวิวนักท่องเที่ยวจีนเพียบเลยค่ะ เบียดเสียดกันน่าดูกว่าจะได้ชมวิว หรือได้รูปที่ไม่ติดคน

และตรงจุดชมวิวสูงสุดนั้นเองมีศาลา เป็นกึ่งเพิงหินเล็กๆ ให้หลบหนาว หรือนั่งพัก ก็จะมีหินก่อเรียงอย่างนี้และนักท่องเที่ยวลงชื่อตัวเองเสร็จสรรพ

เพลินไม่ได้ทำนะคะ รู้สึกสงสารธรรมชาติ

bk_002

ใกล้ๆ ก็มีธงมนตร์อีกเช่นกันค่ะ ธงมนตร์จะมีทั่วในแถบนี้เลย

bkfj034

แอบคิดเองว่าวันนี้หนาวน้อยกว่าที่เกาะ คือก็หนาวแหละ ติดลบเกือบยี่สิบองศาอยู่ดี หรือเพราะเราชินแล้ว? ก็ไม่น่าใช่นะ

bkfj035

จากกระเช้าเรากลับลงเขา
นั่งรถไปราวยี่สิบนาที ก็เข้าพิพิธภัณฑ์ไบคาล (Baikal Museum) ที่จัดแสดงสัตว์น้ำสายพันธุ์ต่างๆ ที่พบเห็นได้ในทะเลสาบซึ่งหาชมที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ เช่น แมวน้ำไบคาล ปลาน้ำจืดหลายสายพันธุ์ รวมทั้งปลาโอมุลที่เค้าห้ามล่า ห้ามตกแล้ว (เลยสงสัย ถามอิเลียไปว่า ถ้างั้นทำไมเรายังได้กินปลาโอมุลตอนอยู่บนเกาะออลคอนล่ะ คนขับรถทำข้าวต้มปลาให้ เขาบอกว่านี่เป็นปลาโอมุล ตอนโยนชิ้นปลาสับเข้าไปในหม้อ) 

และมีแบบจำลองเมืองเอียคุตส์ละทะเลสาบไบคาล ที่ทำให้เห็นความน่าทึ่งของการเกิดทะเลสาบไบคาล ย้อนกลับไปถึง 25 ล้านปี

ได้ขึ้นเรือดำน้ำจำลองโลกใต้น้ำความลึก 1.6 กิโลเมตรของทะเลสาบไบคาล

bk057

เราจึงได้เห็นว่าทะเลสาบแห่งนี้มีความหลากหลายและสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังแสดงเรื่องราวการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของคนไซบีเรียและบริเวณทะลสาบแห่งนี้

ออกจากพิพิธภัณฑ์มา พี่ตี้ก็ต้อนให้เราไปถ่ายรูปฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดชมวิวสำคัญ… นั่นคือจุดเชื่อมต่อปากอ่าวทะเลสาบไบคาล แต่นางให้เวลา 10 นาทีเพราะเดี๋ยวจะไม่ทันเวลาทานข้าว ซื้อของ ถ้าช้าจะไปไม่ทัน Dog Sledding

bkfj038

จากนั้นเราก็นั่งรถเข้าตลาดเมืองลิสเวียงก้าเพื่อทานมื้อเที่ยง มื้อเที่ยงไม่รวมในค่าทัวร์นะจ๊ะ ให้อิสระทานเอง ตลาดจะเป็นลักษณะขายของที่ระลึกและขายอาหารพวกไก่ปิ้ง แกะย่าง

bk008
Listvyanka Market

bkmb004

ด้านข้างสองข้างเป็นร้านอาหารแบบ proper ซึ่งก็ย่างไก่ ย่างหมูกันหน้าร้านนั่นล่ะ พวกเราก็เลยสุ่มเข้าร้านทางซ้ายมือ อีกแก๊งเข้าทางขวามือ ซึ่งพอมาคุยกันเมนูเหมือนๆ กัน คือมีไก่ย่าง หมู่ย่าง ซึ่งอร่อยมาก น้ำจิ้มก็เผ็ดร้อนใช้ได้

bk009

ทานเสร็จเราก็ลงมาลุยตลาด

ร้านแรกสุดด้านหน้าเป็นร้านขายถั่วและผลไม้อบแห้ง… คนขายหล่อมาก เป็นพ่อค้าแซบ ตัวสูงใหญ่ ผิวสะอาดสะอ้านเป็นฝรั่งตี๋ ยิ้มทีสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายละลายทีเดียว นางจะให้ชิมเมล็ดสนเป็นระยะๆ แต่เรากลับสนใจอินทผาลัมมากกว่า…

IMG_0356
พ่อค้าแซบ

คือยังไงก็อุดหนุนนะคะ ฮ่าๆ

จากนั้นเข้าไปในตัวตลาดก็มีของที่ระลึกตั้งแต่พวงกุญแจ โปสการ์ด (ดีใจมาก หาโปสการ์ดมาตลอดทั้งทริปไม่มีเลยค่ะเชื่อไหม เพิ่งเจอวันนี้) หมวก ถุงมือ พวกอุปกรณ์กันหนาวสไตล์มองโกล ตุ๊กตาแมวน้ำ

เพลินได้หมวกมองโกลมาใบนึง ตุ๊กตาแมวน้ำ ตุ๊กตาแม่ลูกดก (Matriochka) และจานเพ้นท์สีค่ะ (เพลินสะสมจานเพนท์จากประเทศต่างๆ อยู่)

bk055
Matriochka ตุ๊กตาแม่ลูกดก

bkmb003

พอบ่ายสองครึ่งเราก็มุ่งหน้าสู่  Mamay Husky ที่เราจะไปนั่งหมาลากเลื่อน (Dog Sledding) ให้เจ้าฝูงหมาไซบีเรียน ฮัสกี้ลากเราวิ่ง กับขี่ Snow Mobile ลุยทุ่งหิมะกันเกือบสามโลหรือมากกว่านั้น

bk013

bk004

เค้าให้เราหลบหนาวกันในกระโจม และแบ่งกลุ่มผลัดกันสำหรับกลุ่มสโนว์ โมบิล (คันละ  2 คน จับคู่กัน) และกลุ่มที่เล่นหมาลากเลื่อน (one by one) เลื่อนนึงเล่นได้คนเดียวนะคะ มีหมาฝูงหนึ่งต่อหนึ่งเลื่อน เจ้าหน้าที่จะปล่อยทีละ 2 ชุดค่ะ ก็เท่ากับรอบนึงจะปล่อย 2 เลื่อน (หมา 2 ฝูง)

เพลินขี่สโนว์โมบิลก่อน สรุปเป็นคนซ้อนนะคะ ฮ่าๆ พี่อาร์มเป็นคนขับ เราต้องใส่ผ้าปิดหน้า ใส่หมวกกันน็อคกันหิมะและลมเข้าตา ระหว่างนั่งไปนี่ต้องจับราวแน่นเลยเพราะทางจะลุ่มๆ ดอนๆ และไกลมาก สนุกมาก

bk_pl002
Snow Mobile

เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกตอนรถพุ่งมุ่งหน้าไปสู่ทุ่งหิมะกว้างใหญ่

จังหวะนึงรถเราเลี้ยวแล้วติดหล่ม ยกมือให้คนขี่นำ (เจ้าหน้าที่) วกกลับมาช่วย ไม่ได้อันตรายอะไรนะคะ แต่เราขึ้นเองลำบาก เค้าจะให้เราลงรถก่อนและเค้าจะดันรถขึ้นมาจากหล่มหิมะ ทีนี้ตอนจะลงรถออกมานี่ เหยียบพื้นไปปุ๊บ

ยวบ… หิมะปุยละเอียด ท่วมลึกถึงเข่า

เราก็อารามตกใจ เฮ้ย ลึกแค่ไหนเนี่ย แต่มันก็… พอเดินได้ค่ะ แล้วแค่เดินอ้อมรถขึ้นมา ตะเกียกตะกายนิดหน่อยก็โอเคละ ขี่ต่อค่ะ…

ลมแรงจนผมกระจายมาในผ้าปิดหน้าจนคัน จังหวะที่พี่อาร์มชะลอรถ เพลินก็รีบถอดถุงมือข้างนึงจะจัดทรง ปรากฎรถออกต่อจ้า… ถุงมือเลยปลิวหายไปข้างนึง มือข้างนั้นก็หนาวกรี๊ดไปค่า พยายามหันไปมองข้างหลัง ก็มองไม่ถนัด เลยได้แต่ปลงเมื่อห่างจากจุดที่ถุงมือตกมาไกลมากแล้ว…

ทิ้งไว้กับกองหิมะ...

จากสโนว์โมบิลเพลินก็รอพักใหญ่ๆ ถึงจะได้เล่นน้องหมา คนฝึกบอกว่าเป็น Pure Blood Siberian Husky คือไซบีเรียน ฮัสกี้พันธุ์แท้

bk014

ตัวน้องหมาเค้าก็ใหญ่และอดทนต่อความหนาวได้ ดูท่าทางมันไม่หนาวเลย แต่คึกคักอยากออกวิ่งมากกว่า สังเกตเห็นมันซอยเท้าใหญ่ ท่าทางอยากกระโจนวิ่งเต็มที่ แต่ยังไม่ได้รับคำสั่ง

พี่ตี้อธิบายว่า หมาคู่หน้าเป็นหัวหน้าฝูง อย่าไปเล่นกับมันเพราะมันจะดุมาก (ถึงเป็นผู้นำฝูง) คู่หลังๆ จะเป็นมิตรเพราะเป็นหมาเด็ก ก็จะมีงอแงแตกแถว ตีกันบ้างอะไรบ้าง

bkmb024

bk_pl004

พี่อาร์มเล่าว่าตาพี่อาร์ม ขณะที่กำลังวิ่งลากเลื่อน น้องหมาบางตัวแวะฉี่ด้วยค่ะ

สนุกมาก เพลินชอบหมามาก เห็นมันวิ่งคึกคักเราก็สดชื่นไปด้วย (แม้ว่ามือที่กดถ่ายวิดิโอจะฟรีซแข็งแทบขาดใจก็ตาม)

เค้าจะเปลี่ยนหมาทุกสองรอบค่ะ จะมีเซทสำรองผลัดเปลี่ยนกัน ตัวสำรองก็จะอยู่ในรถ มีลูกกรง พักผ่อน มันก็จะร้องโบร๋วๆ เป็นระยะ แสดงอาการว่าฉันเบื่อ ขอฉันวิ่งหน่อย

เนื่องจากMamay Husky ที่เล่นสโนว์โมบิลกับหมาลากเลื่อนอยู่ใกล้เอียร์คุตส์ เราเลยแวะที่นี่เป็นที่สุดท้ายก่อนกลับเอียร์คุตส์

แม้ว่าเหนื่อยแล้วแต่ทุกคนก็ยังอยากไปห้างต่อ จะได้รวดหามื้อเย็นทาน ก็เลยแวะห้างที่เพลินไม่ได้ไปเมื่อวาน (คนละห้างกับวันแรก) ไปเดินซื้อซูชิทาน อร่อยมาก (อย่างไม่น่าเชื่อ) และไปนั่งกินที่ฟู้ดคอร์ตชั้นสี่ (ซูชิอยู่ชั้นล่าง) แก๊งลูกเป็ดหลายคนหมายตาอาหารที่ฟู้ดคอร์ตไว้ค่ะ เพลินเลยไปกินไอติมที่นั่นตบท้าย

bkmb031

แหล่งชอปสำคัญคือเครื่องกันหนาวของยี่ห้อโคลัมเบีย (Columbia) ที่ชั้นล่าง เมื่อวานที่เค้ามากันได้โคลัมเบียไปหลายตัวในราคาถูกกว่าเมืองไทยมากมาย (วันนี้ทุกคนเลยใส่เสื้อใหม่มาประชันกันใหญ่) เพลินไปลองดูแต่ไม่มีแบบไหนถูกใจ บวกกับมีเครื่องกันหนาวเพียงพอแล้ว (โคลัมเบียก็มีเยอะแล้ว มงเบลก็เยอะแล้ว) ไม่ควรซื้ออีก

คืนนั้นเราแพคกระเป๋าเดินทางกันตาตั้ง เค้าให้ 23 กิโล แต่ขามาก็ 23 กิโลแล้ว จะเกินไหมนี่…

แล้วมีเฉลยบัดดี้ด้วยค่ะ… ใช่ เราเล่นบัดดี้กัน

คืนนั้นเฮฮา กับแพคกระเป๋า กว่าห้องเพลินจะได้นอนก็ตีสอง ต้องตื่นตีห้านะคะ…

Day 8: พร้อมอำลาไบคาล,​ เอียร์คุตส์

เพิ่งได้เห็นสนามบินเอียร์คุตส์ชัดเต็มตาก็วันกลับ เพราะขามาเรามาถึงเที่ยงคืน ทุกอย่างมืดสนิท สนามบินเค้าสีฟ้าหน้าตาน่ารักเชียว ไม่ใหญ่มากค่ะ กำลังพอดีๆ

ได้เวลาอำลา อิเลีย ไกด์หนุ่มแสนดีของพวกเรา อิเลียดูแลพวกเราดีมาก ยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี อดทนกับความนกกระจอกแตกรังและแตกแถวของพวกเราเสมอ

และจะคอยถามว่าพวกเราโอเคไหม ฮีจะคอนเซิร์นมากกลัวพวกเราหนาวเกินและไม่สบาย

คำพูดติดปากของฮีคือ “ฮับๆๆ” ซึ่งคงแปลว่า “รีบๆ”​ “เร็วๆ” อะไรสักอย่างแน่ๆ ในภาษารัสเซีย

bkmb030

จบทริปตะลุยทะเลสาบน้ำแข็งแห่งไซบีเรียค่ะ สนุก สดชื่น อากาศบริสุทธิ์ และได้ทั้งเสียงหัวเราะของมุกตลกที่ทุกคนปล่อยกันไม่ยั้ง

ไม่มีอะไรจะเยียวยาความหนาวยะเยือกของอุณหภูมิติดลบยี่สิบองศาได้เท่าเสียงหัวเราะแล้วล่ะ จริงไหม..

bkmb026

                                                  คลิกลิงค์ดูวิดิโอความประทับใจของพวกเราข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ

Frozen BAIKAL ตะลุยทะเลสาบน้ำแข็งไบคาลแห่งไซบีเรีย

 

การเตรียมตัว

แลกเงินรูเบิ้ล 

เตรียมแผ่นความร้อนแปะเท้า แปะตัว หรือแผ่นกำขยำใส่ในกระเป๋าเสื้อ แนะนำให้เตรียมไปเยอะๆ 30-40 แผ่นเลย เพราะอาจแปะหลายจุด เช่น เท้าข้างละ 2 บางคนข้างละ 4 หน้าท้อง หน้าขา

ถุงเท้าบุขน และถุงเท้าฮีทเทค (อาจใส่สองชั้น)

ถุงมือหนาบุขน

ปากกาจิ้มหน้าจอ (หนาวมาก บางทีจะได้จิ้มเอาไม่ต้องถอดถุงมือ)

เสื้อฮีทเทค

เสื้อลองจอน

เสื้อฟลีต หรือสเวตเตอร์ไหมพรม

เสื้อดาวน์

แจ็กเก็ตกันลม

กางเกงลองจอน

เลกกิ้งฮีทเทค

กางเกงบุขน

ใส่ 3-4 ชั้นแล้วแต่ประเภทเสื้อผ้าที่เตรียมไป และความขี้หนาวของแต่ละคนไม่เท่ากัน

เพลินเตรียมลองจอน Base Layer ของ Columbia ที่มีเทคโนโลยี Omni Heat ทั้งบน-ล่าง ไว้ใส่วันที่อยู่เกาะ ใส่ชั้นในสุด

ตามด้วยเสื้อ Heat Tech ของ Uniqlo รุ่น Ultra Warm (คือรุ่นสูงสุดค่ะ Extra warm ก็ไม่ช่วยนะคะต้อง Ultra)

ตามด้วยเสื้อ Fleet ของ Columbia หรือ สเวตเตอร์ไหมพรม

ทับด้วยตัวนอก เป็นแจ๊กเก็ตโคลัมเบีย รุ่นที่ผสมดาวน์แจกเก็ตกับตัวกันลมไว้ด้วยกัน จะได้ไม่ต้องใส่หลายชั้นเกินไป

หรือบางวันถ้านอกสุดไม่ใส่โคลัมเบียตัวนี้ ก็จะใส่ MontBell เป็นดาวน์แจ็กเก็ตรุ่นขนห่าน 100 (ขนห่านจะอุ่นกว่าขนเป็ดและโพลีเอสเตอร์) และเป็นรุ่นที่กันลมด้วย ก็จะเพรียวกว่าใส่โคลัมเบียตัวนั้นค่ะ

ส่วนหมวกก็เอาที่มีปิดปาก บังหน้า ซื้อที่ร้านจีนแถวพระโขนง อุ่นใช้ได้เลยค่ะ บางรุ่นอย่างรุ่นนี้มีปลอกกันหนาวที่คอคู่ด้วย ใส่ตัวนี้เพลินไม่พันผ้าพันคอเลยเพราะเจ้าปลอกคอกันหนาวนี่ด้านในบุขน และกระชับกับคอ กันหนาวได้แต็มที่ค่ะ

รองเท้าซื้อบู้ตโคลัมเบีย รุ่นนี้เขียนชัดว่ากันหนาวได้ถึงอากาศ -25 องศา กันน้ำ กันหิมะได้ แถมมีระบบซัพพอร์ตเท้า ให้เดินไกลได้ไม่เจ็บ

เดี๋ยวจะทำรีวิวเครื่องกันหนาวแยกต่างหากนะคะ

จุ๊บๆ จนกว่าจะพบกันใหม่

Italy is calling… คราวนี้ไม่ใช่เมืองนักท่องเที่ยวนะจ๊ะ จะล่องใต้ไปเมืองแปลกๆ ค่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s