พระถังซัมจั๋ง เส้นทางบุญสองทวีป สู่ไต้หวัน

เคยดูไซอิ๋วกันไหมคะ ตอนเด็กๆ ที่ออกช่องสามตอนเย็น เรื่องราวผจญภัยออกแนวอภินิหาร แฟนตาซีหน่อยๆ มีนักบวชผู้อ่อนโยน สมถะ อีกทั้งรูปงามคือพระถังซัมจั๋ง และลูกสมุนผู้ติดตาม ได้แก่ ซุนหงอคงที่เป็นลิง ตือโป๊ยก่ายที่เป็นหมู และซัวเจ๋งที่เป็นปลา เพลินจำได้ว่าตอนเด็กชอบดูมาก และคิดว่าคนแสดงเป็นพระถังซัมจั๋งหล่อดี

เพิ่งมารู้ตอนไปถึงทะเลสาบสุริยันจันทรา (SunMoon Lake) ที่เมืองนานโถว ไต้หวันเมื่อไปถึงวัดซวงกวง (Xuanguang Temple) ซึ่งอยู่ในเกาะหนึ่งของทะเลสาบ ว่าวัดนี้เป็นที่บรรจุอัฐิของพระถังซัมจั๋ง

xuanguangtemple1

คำถามที่ตามมาคือ ไซอิ๋ว เป็นเรื่องแต่งไม่ใช่หรือ…

พอไปค้นคำตอบจึงพบว่า พระถังซัมจั๋งมีตัวตนจริง ขณะที่นิยายไซอิ๋วนั้นเขียนหลังจากที่พระถังซัมจั๋งตัวจริงเสียไปแล้วหลายร้อยปี (ราวปี พ.ศ. 1590) เป็นการนำเอาเรื่องชีวิตของท่านมาดัดแปลงโดยคงเค้าโครงเดิมเล็กน้อย กลายเป็นวรรณกรราคลาสสิกของจีนและได้รับความนิยมสูง

พระถังซัมจั๋งตัวจริงท่านเป็นพระชื่อ “เสวี้ยนจั๋ง” เดินทางไปยังอินเดียเพื่อร่ำเรียนพระธรรม เพราะท่านรู้สึกว่าพระธรรมคำสอนในคัมภีร์ต่างๆ ที่มีใช้กันอยู่นั้นไม่สมบูรณ์ และยังไม่ถ่องแท้มากนัก จึงอยากไปศึกษาถึงแหล่งต้นกำเนิดพระศาสนา ระหว่างเดินทางรอนแรมไปอินเดียจึงได้เขียนบันทึกขึ้น เล่าถึงการเดินทางผ่านเส้นทางสายไหม ไปยังดินแดนต่างๆ ผ่านเมืองโบราณสำคัญหลายๆ เมืองทั้งในจีน เอเชียกลาง และอินเดีย ได้พบผู้คน วัฒนธรรมหลากหลาย และภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งแทรกเรื่องการเมืองการปกครองในบ้านเมืองนั้นๆ ไว้ด้วย เรียกชื่อบันทึกนั้นว่า “ต้าถังซีโหยวจี้” แปลว่า “จดหมายเหตุการเดินทางสู่ดินแดนตะวันตกของมหาราชวงศ์ถัง” แหล่งข้อมูลชั้นดีในการศึกษาโลกยุคโบราณ

พระเสวี้ยนจั๋งเรียนพระธรรมในมหาวิทยาลัยนาลันทา อินเดียอยู่นาน 17 ปีจึงกลับถึงจีน รวมใช้เวลาถึง 19 ปี และสามารถอัญเชิญพระไตรปิฎกมาที่จีนได้สำเร็จและเป็นส่วนสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วจีน

กล่าวง่ายๆ ก็คือ พระเสวี้ยนจั๋ง มีตัวตนจริง แต่เป็นคนละคนกับ พระถังซัมจั๋งในเรื่องไซอิ๋ว เพราะไซอิ๋วเป็นเรื่องแต่งขึ้น

ช่วงปี ค.ศ. 1942 ที่มีสงครามระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ทหารญี่ปุ่นเข้าคุมเมืองนานจิงอยู่และทำให้พระธาตุ หรืออัฐิพระเสวี้ยนจั๋ง หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกชื่อว่า Master Xuan Zang ตกไปอยู่กับญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็เอากลับไปบูชาที่วัดTseng Shang พอสงครามยุติลงจึงมีการเจรจากันระหว่างสองประเทศ ตอนแรกยังคงให้พระธาตุอยู่ที่ญี่ปุ่นเพื่อให้คนญี่ปุ่นรู้จักพระเสวี้ยนจั๋ง และเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปด้วย แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1955 ทางจีนจึงคุยอีกครั้งเพื่อขอให้นำพระธาตุกลับมาไว้ที่จีน คุยกันไปมาจึงได้ข้อสรุปว่าแบ่งส่วนหนึ่งไว้ที่ญี่ปุ่น อีกส่วนหนึ่งนำมาที่ไต้หวัน

พระธาตุของพระเสวี้ยนจั๋งจึงได้กลับมาประดิษฐานอยู่ที่วัดซวงกวงในทะเลสาบสุริยันจันทรา ตอนแรกเป็นวัดเล็กๆ ต่อมาจึงสร้างวัดสวยงามเป็นเกียรติและมงคลแก่พระเสวี้ยนจั๋ง (May 28, 1965)  จนถึงทุกวันนี้

(Credit: Information Plates at Xuanguang Temple)

xuanguang1

เพลินเข้าไปไหว้ สวดมนต์และมองพระพักตร์ท่านสักครู่ใหญ่ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที อาคารที่ประดิษฐานไว้นั้นไม่ใหญ่นัก สะอาด เรียบง่ายอย่างที่เห็นในรูปดีค่ะ และแม้นักท่องเที่ยวจะเยอะแต่ไม่วุ่นวาย ไม่สกปรก เห็นแล้วอยากให้ที่ไทยดูเป็นตัวอย่างและนำมาปรับใช้บ้างค่ะ

sunmooncoll1
– เที่ยวเพลิน – Wander the World

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.