
ตูนิเซียเป็นประเทศที่มีครบรสทั้งภูเขา ชายทะเล ชายป่า ทะเลทราย เมืองเก่า เมืองตากอากาศ มีมรดกโลกสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเหมือนที่ประเทศอารยธรรมเก่าแก่ของโลกมี แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักหรือพูดถึง แค่ให้ระบุว่าตูนิเซียอยู่ส่วนไหนของโลก คนยังต้องนิ่งใช้เวลานึก ยิ่งพอบอกว่าจะไปเที่ยวตูนิเซีย คราวนี้ยิ่งหนัก คนฟังทั้งงงว่าตูนิเซียอยู่ที่ไหน และหวาดเสียวเพราะคิดว่ากันดารและอันตราย
แต่ที่จริง เมื่อได้ไปสัมผัส ได้ท่องเที่ยวไปทั่วตูนิเซียแล้ว เพลินว่าประเทศนี้เหมือน Hidden Gem หรือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ในก้อนดิน รอให้มีคนมาค้นพบ เขามีส่วนผสมของอารยธรรมเก่าแก่มากมายหลายแหล่งซ้อนทับกันไปมาจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตูนิเซีย เพลินก็เลยอยากพาทุกคนไปรู้จักตูนิเซียในแง่มุมที่งดงาม หลากหลาย และน่าทึ่งนี้ให้ได้มากที่สุด
01 | ฉันไม่ใช่ซานโตรินี
#SidiBousaïd

ใครจะนึกว่ายังมีเมืองตากอากาศชายทะเลน่ารัก ๆ ที่บ้านเมืองเป็นสีขาวหลังคาฟ้าอยู่ในทวีปแอฟริกา
เพราะพอพูดถึงแอฟริกา พวกเราก็มักจะนึกถึงความร้อนและทะเลทรายแห้งแล้ง
และเมื่อเห็นเมืองฟ้าขาวริมทะเลเมดิเตอเรเนียน ร้อยทั้งร้อยก็ต้องตอบว่าซานโตรินีแห่งกรีซ
แต่ขอโทษจ้ะ ที่นี่คือ ซิดิบูเซอิด แห่งตูนิเซีย และฉันไม่ใช่ซานโตรินี
Sidi Bou Saïd เป็นหนึ่งในเมืองตากอากาศของประเทศตูนิเซีย ริมทะเลเมดิเตอเรเนียน อยู่ห่างจากตูนิสที่เป็นเมืองหลวง 20 กม. เท่านั้นเอง
แรกเริ่มเดิมทีที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมง จากบนหน้าผาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์งดงามของอ่าวตูนิส ด้วยภูมิประเทศงดงามและอากาศเย็นสบาย คนจึงนิยมมาพักผ่อนตากอากาศ เศรษฐีผู้มีอันจะกินสมัยก่อนมาปลูกบ้านพักฤดูร้อนเอาไว้มากขึ้นจึงค่อย ๆ กลายเป็นเมืองตากอากาศ มีทั้งชาวพื้นเมืองตูนิเซีย ชนชาติอื่น และชาวฝรั่งเศส บรรยากาศเมืองนี้จึงครึกครื้นและมีกลิ่นอายความอินเตอร์แบบฝรั่งอยู่ชัดเจนแทรกไปกับความโลคอลอย่างแนบเนียน
เสน่ห์ของเมืองนี้ที่สังเกตได้อีกอย่างคือมีความเป็นเมืองศิลปินสูงมาก มีทั้งชาวฝรั่งเศสและชาวท้องถิ่น รวมทั้งชนชาติที่ทำการค้าขายสัญจรไปมา ร่วมกันสร้างสรรค์ศิลปะอาศัยอยู่ในเมืองนี้จำนวนมาก โดยเป็นงานศิลป์ที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิต บรรยากาศอันรื่นรมย์และภูมิทัศน์งดงามของเมืองนี้










ที่พิเศษก็คือที่เมืองซิดิ บูเซอิดนี้กำหนดให้ทุกบ้านทาสีหลังคาเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงิน
ทำให้เมืองนี้มีภูมิสถาปัตย์โดดเด่นเป็นที่จดจำคล้ายกับเมืองบนเกาะ Santorini ประเทศกรีซที่เราคุ้นตากันดี แต่ที่จริง เมืองนี้เขาก็ริเริ่มสร้างสรรค์แบบนี้มานานแล้วละ









เราไปถึงเมืองนี้ช่วงบ่ายแก่ ๆ ฟ้ายังเป็นสีสด ลมทะเลบนหน้าผาพัดแรง หอบไอเย็นของอากาศ 15 องศากำลังเย็นสบายสดชื่น ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวออกมาเดินเล่นเที่ยวชมหมู่บ้าน ชมงานอาร์ตตามทาง และเข้าชมบ้านเรือนที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้มาเรียนรู้สถาปัตยกรรมแบบเฉพาะของพวกเขา
พวกเราบางคนอยากชิล ๆ ก็จัดกาแฟร้อนมาเคล้าลมเย็น อากาศแบบนี้ควรได้กินอะไรร้อน ๆ จะฟินมาก พวกสายไม่กินกาแฟอย่างเราก็เลยได้จัด Bambalouni หรือแป้งทอดที่กรอบนอกนุ่มหนึบหนับคล้ายโดนัท (แต่ก็ไม่ใช่โดนัท) เป็นของคู่เมืองนี้ ฟินมาก ได้ผลัดกันกัด bambalouni คนละคำสองคำ ท่ามกลางอากาศหนาว มีลมทะเลพัดสบาย เดินชมวิวไปเม้ามอย ถ่ายรูปกันไปเรื่อย ๆ แล้วพบว่าชิ้นเดียวไม่พอค่า ต้องเดินกลับไปซื้อมาอีกชิ้น ที่ตอนแรกไม่ซื้อมาหลาย ๆ ชิ้นเพราะมันก็ชิ้นใหญ่พอสมควร

Bambalouni
เรียกได้ว่า เปิดมาวันแรก เมืองแรกก็ประทับใจแล้วค่ะ
อยากจะพูดแทนเมืองนี้ว่า “ฉันไม่ใช่ซานโตรินี” และกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า
“ฉันคือซิดิ บูเซอิด” ค่ะ
ทริปท่องตูนิเซีย แดนอารยธรรมที่โลกลืม เพลินเดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ ตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2023 ค่ะ แต่เพิ่งมีเวลามานั่งเคลียร์รูปนะคะ
http://www.ploen-thejourney.com
Facebook: @ploenthejourney (เที่ยวเพลิน – Ploen The Journey)
Instagram: ploenthejourney
เดี๋ยวจะทยอยอัปเมืองต่อๆ ไปเรื่อยๆ ค่ะ
Ploen The Journey
