(เที่ยวทิเบต) 7 ที่ Highlights ไม่ควรพลาดเมื่อเยือนทิเบต (สรุปให้แล้ว) 7 Places You should not miss in Tibet

1. Potala Palace (พระราชวังโปตาลากง)

Potala Palace พระราชวังโปตาลา (โปตาลากง)
Potala Palace พระราชวังโปตาลา (โปตาลากง)

พระราชวังในตำนานที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของทิเบต ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงบนเนื้อที่ 120,000 ตารางเมตรเชียวนะคะ เก่าแก่เป็นพันกว่าปีเพราะสร้างตั้งแต่คริสศตวรรษที่ 7 เป็นศูนย์กลางศาสนาพุทธแบบทิเบตในระบอบการปกครองแบบดั้งเดิม เป็นที่ประทับขององค์ดาไลลามะทุกพระองค์จนถึงองค์ปัจจุบันที่ประทับอยู่จนถึงพระชนม์ 20 พรรษาจึงเสด็จลี้ภัยไปอินเดีย

พระราชวังโปตาลาประกอบไปด้วยส่วนพระราชวังสีขาวและสีแดง ส่วนสีขาวจะเป็นท้องพระโรง ห้องโถง ในส่วนนี้เราจะได้เห็นงานเขียนผนังอันละเอียดวิจิตร ปฏิมากรรมจำนวนมาก พรมแขวน ผ้าม่าน งานกระเบื้อง อัญมณี และข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากเงินและทองคำแท้

พระราชวังโปตาลาประกอบไปด้วยส่วนพระราชวังสีขาวและสีแดง ส่วนสีขาวจะเป็นท้องพระโรง ห้องโถง ในส่วนนี้เราจะได้เห็นงานเขียนผนังอันละเอียดวิจิตร ปฏิมากรรมจำนวนมาก พรมแขวน ผ้าม่าน งานกระเบื้อง อัญมณี และข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากเงินและทองคำแท้

ส่วนพระราชวังสีแดงจะมีสถูปเก็บร่างองค์ดาไลลามะในอดีตไว้ ซึ่งสถูปเป็นสถูปทองคำแท้ ประดับอัญมณีมีค่ามหาศาล

ลึกไปทางตะวันตกของพระราชวังสีแดงเป็นเขตหวงห้าม ห้ามเข้าค่ะ

มาเยือนทิเบตไม่ควรพลาดพระราชวังโปตาลาด้วยประการทั้งปวงค่ะ


2. Jokhang Temple วัดโจคัง

วัดโจคัง (Jokhang Temple)
วัดโจคัง (Jokhang Temple)

วัดโจคังเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกับพระราชวังโปตาลา เป็นสถานที่ที่คนทิเบตทั้งในตัวทิเบตเองหรือที่อยู่ในมณฑลต่าง ๆ ของจีนจะต้องมากราบสักการะให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะมีพระพุทธรูป “โจโวศากยมุนี” อันเชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยพระพุทธกาลและพระพุทธเจ้าเป็นผู้อำนวยพรสวดให้ด้วยพระองค์เอง

ตัวพระพุทธรูปจะถูกกั้นไว้ในซี่กรง นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเข้ากราบไหว้ได้ สงวนไว้ให้เฉพาะคนทิเบตเท่านั้น

ตัววัดกว้างใหญ่และงดงามมาก สร้างและประดับตกแต่งแบบทิเบต และได้รับอิทธิพลศิลปะแบบจีน อินเดีย และเนปาล ผสมผสานอย่างลงตัว

ไฮไลต์เด่น ๆ คือพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ทองอร่ามเรืองเรียงรายอัดแน่นมากที่สุดที่เคยเห็นในชีวิตมาเลยค่ะ

วัดโจคังไม่ควรพลาดเลยค่ะเมื่อมาเยือนทิเบต

3. Yamdrok Lake ทะเลสาบยัมดรก

ทะเลสาบยัมดรก (Yamdrok Lake)
ทะเลสาบยัมดรก (Yamdrok Lake)

ยัมดรกเป็น 1 ใน 3 ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต คนจะมากราบไหว้ เดินจงกรมกันประจำทุกปี อยู่ที่ความสูงถึง 4,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต้องนั่งรถขึ้นเขาไปถึง 3 ชั่วโมงจากกรุงลาซา แต่วิวที่ได้ก็สวยเหมือนภาพวาดอย่างที่เห็น สวยจนลืมหายใจ

มาทิเบตต้องไม่พลาดทะเลสาบยัมดรกค่ะ


4. Tibetan สุนัขทิเบตัน

สุนัขทิเบตัน (Tibetan Dog) 

ทิเบตันเป็นชื่อพันธุ์สุนัขทิเบต ตัวใหญ่โตหนาแน่น มีแผงคอหนาเหมือนสิงโต เราพบได้เมื่อออกนอกตัวเมืองลาซาไปตามเชิงเขา บนภูเขา ที่แน่ ๆ ระหว่างทางไปทะเลสาบยัมดรก จะมีจุดแวะพักรถที่มีคนเอาสุนัขทิเบตัน และจามรีมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเล่นด้วย (จ่าย 10 หยวนต่อคนนะคะ)


เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ มาทิเบตอย่าลืมหาโอกาสไปเจอสักครั้ง

 5. Yao Wang San Temple วัดเหย้าหวังซาน (วัดหน้าผาพระพันองค์)

วัดเหย้าหวังซาน: ภาพเขียนตามผนังถ้ำด้านบน ยังมีสีสันสดใส ไม่ลบเลือน
วัดเหย้าหวังซาน

วัดหน้าผาพระพันองค์ วัดนี้เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่นับพันกว่าปีเช่นกัน ตั้งอยู่บนเขาสูง โดดเด่นด้วยภาพเขียนพุทธศาสนาและพระธรรมคำสอนเต็มผนังหินตลอดทางขึ้นและตัวผาทั้งหมด

ภาพเขียนยังสีสดใสแม้ผ่านเวลามาเป็นพันปี โดยสีจะใช้จากแร่ธรรมชาติ สมุนไพรต่าง ๆ อย่างปะการังแดง เทอควอยซ์ ฯลฯ

มาทิเบตไม่อยากให้พลาดที่นี่ค่ะ

6. Sera Monastery วัดเซรา

Sera Monastery วัดเซรา
Sera Monastery วัดเซรา

วัดนี้มีความสำคัญคือเป็นที่ประทับของพระจงฆาปา ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของอดีตองค์ดาไลลามะ ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยสงฆ์
ไฮไลต์โดดเด่นที่เพลินชอบเป็นพิเศษคือพรมแขวนผนังลวดลายสวย บอกเล่าเรื่องราวตามคติความเชื่อพุทธมหายานแบบทิเบตค่ะ

ไฮไลต์อีกอย่างของวัดเซราคือการ “ตรรกะวิภาค” คือการถกธรรมของพระสงฆ์ หรือเป็นการ “ปุจฉา-วิสัชนา” นั่นเอง พระสงฆ์จะรวมตัวกันบนลานช่วงบ่ายแก่ ๆ  จับคู่กันปุจฉา-วิสัชนา แต่จะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากที่อื่น เลยดูคล้ายการแสดงค่ะ มีแต่ที่วัดเซราแห่งนี้เท่านั้น (แต่เค้าถกธรรมกันจริง ๆ นะ)

มาทิเบตก็ควรมาวัดเซราค่ะ


Train from Tibet – China รถไฟตู้นอนจากทิเบตไปจีน (Lhasa – Xining)

ถ้ามีโอกาสเพลินอยากให้ลองนอนรถไฟตู้นอนจากทิเบตไปจีนค่ะ… นี่ก็เป็นไฮไลต์สำคัญเลยค่ะ เพราะเราจะนั่งยาวนานเป็น 20 ชั่วโมง! ชมวิวทิวทัศน์ในที่สูงที่สลับสับเปลี่ยนไปตลอดทาง และเป็นวิวที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว


นอกจากนี้ยังได้สัมผัสบรรยากาศการนอนรถไฟ ที่แม้ไม่ได้หรูหราสวยงามอะไร แต่ก็ได้รสชาติท้องถิ่นไปอีกแบบ

และได้เดินทางผ่านจุดที่สูงที่สุดในทิเบตที่ความสูง 5,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศเบาบางมากจนหายใจแทบไม่ออก ต้องเปิด oxygen supple ในตู้นอนกันเลยทีเดียว

ถ้ามีโอกาสเที่ยวทิเบตก็อยากให้ลองนั่งสักครั้งนะคะ


เพลิน

อ่านรีวิวทริปทิเบตแบบละเอียดเจาะลึกได้ที่ https://ploen-thejourney.com/2018/09/22/7-days-in-tibet-ไต่หลังคาโลก-ทิเบต-พัน/

2 Comments

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.